เมื่อวันก่อนรถกำลังติดไฟแดงอยู่ เห็นผู้ชายสูงอายุคนหนึ่งกำลังจะข้ามถนน ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าลงสู่พื้นถนน เค้ายื่นมือไปให้ผู้หญิงสูงอายุที่อยู่ข้างๆคว้าไว้ ผู้หญิงคนนั้นรีบยื่นมือมาจับมือข้างนั้นแล้วก็เดินจูงมือข้ามถนนไปด้วยกัน....
เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ ถ้าเป็นคนหนุ่มสาว นี่คงเป็นเรื่องธรรมดา แต่พอเห็นว่าเป็นคนสูงอายุ แล้วพาลให้นึกต่อไปว่า อายุปูนนี้แล้วยังมีอารมณ์สวีทกันอยู่เลย.. ก็สิ่งนี้แหละค่ะ ที่ทำให้ใครต่อใครอยากแต่งงานกันนัก
การที่จะได้ผู้ชายสักคนมายืนเคียงข้างดูแลเราตลอดไปเนี่ย เป็นเรื่องน่ายินดีออกค่ะ มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม การอยู่ตัวคนเดียว สำหรับบางคนอาจมีความสุขได้ แต่สำหรับบางคนมันก็ทรมานไปหน่อย หากคุณต้องเกี่ยวก้อยกับคำว่าเหงาไปจนอายุแปดสิบห้า..
การอยู่เป็นโสด ตอนเราสาวๆดูแลตัวเองได้มันก็สนุกดีอยู่หรอกค่ะ แต่พอเริ่มแก่ตัวลงจนช่วยตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่รวย..ก็คงใช้ชีวิตลำบาก ถ้าไม่มีรายได้ก็ต้องพึ่งหลานๆ ซึ่งยังไงก็ไม่ใช่ลูกของเรา อันจะหวังให้เค้าดูแลเราเหมือนพ่อแม่ก็คงจะเป็นไปได้ยาก.. ก็ลองนึกกลับไปถึงตัวเราขณะนี้ซิคะ ว่าถ้ามีป้ามีน้ามาให้เลี้ยงจนแก่ตาย เราจะยอมรับสภาพขนาดไหน.. อืมฮ์..นี่เปล่าขู่นะคะ เพียงแต่เขียนให้นึกถึงความเป็นจริง ไอ้เรื่องสวยๆงามๆวาดวิมานในอากาศน่ะ ใครๆก็เขียนได้ แต่เอาความจริงมาแบให้อ่านเนี่ย..ไม่รู้ว่าผู้อ่านเห็นด้วยขนาดไหน
บางคนอาจจะบอกว่า ถึงมีลูกก็ไม่รู้จะเลี้ยงเราหรือเปล่า เห็นลูกทิ้งพ่อแม่มีถมไป.. อันนี้ก็ไม่เถียง แต่ต้องบอกว่ามันขึ้นอยู่กับว่าคุณเลี้ยงดูลูกคุณอย่างไร อบรมเค้าอย่างไรล่ะ เค้าถึงทิ้งคุณไปได้ลงคอ เด็กเกิดมาเปรียบเหมือนผ้าขาว ผ้าผืนขาวๆ เอาดำมาป้ายก็เป็นดำ เอาทองมาป้ายก็เป็นทอง ดังนั้นลูกจะออกมาดีหรือเปล่าก็คงต้องมองว่าแล้วพ่อแม่สอนมาดีหรือเปล่าเอ่ย
ก็เพราะการแต่งงานทำให้การค้นหาชั่วชีวิตสิ้นสุดลง.. ก็เลยต้องจัดงานแต่งงานยิ่งใหญ่เพื่อฉลองว่า ชั้นหามาทั่วแผ่นดิน วันนี้ได้เจอแล้ว..เฮ้... ถัดจากนั้นคงต้องเรียกว่า การผจญภัย ต่อจากนั้นชีวิตแต่งงานก็เหมือนการผจญภัย คุณไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้า ดินฟ้าอากาศจะเป็นอย่างไร พายุจะมาเมื่อไหร่ ฟ้าฝนจะสงบวันไหน แต่ที่คุณรู้แน่ๆก็คือ จะมีผู้ชายคนหนึ่งยื่นมือมาให้คุณจับไว้เสมอ ให้คุณยึดมั่นไว้เสมอ.. แค่นี้เองแหละ ที่ผู้หญิงเราหามาชั่วชีวิต
ถึงใครต่อใครจะพยายามเรียกร้องสิทธิสตรี ให้ผู้หญิงกลายมาเป็นเท้าซ้าย ในขณะที่ผู้ชายเป็นเท้าขวา แล้วมาเดินไปพร้อมๆกันจนทั่วไปหมด ยังไงซะ..ดิฉันก็ขอออกความเห็นส่วนตัวว่า ตัวดิฉันเองขอเป็นช้างเท้าหลังดีกว่า เวลาช้างยกตัวขึ้นต่อสู้ มันจะยืนอยู่บนสองขาหลัง แล้วใช้สองขาหน้าในการต่อสู้ ดิฉันพร้อมจะเป็นหลักให้สามี ให้สามีเป็นผู้นำ ให้สามีลุยไปข้างหน้า พลาดพลั้งเจ็บมา เท้าหลังอย่างเราก็จะยันไว้ให้ คอยดูแลข้างหลังให้ ไม่ต้องให้สามีต้องเป็นห่วง คอยดูบ้านคอยดูลูก ถึงบางครั้งผู้หญิงหลายคนอาจจะต้องสละชีวิตสังคมบางอย่าง สละความก้าวหน้าทางการงาน หันหลังให้บางสิ่งที่รัก แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่คุณเลือกเองไม่ใช่หรือ
ในเมื่อคุณเลือกที่จะเป็นภรรยา..เลือกที่จะเป็นแม่แล้ว แม่เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างในครอบครัว ในเมื่อ..แม่เป็นได้ทั้งพ่อและแม่ แต่พ่อเป็นแม่ไม่ได้.... ก็ผู้หญิงอย่างเราๆน่ะสามารถออกไปทำงานเป็นเสาหลักให้ครอบครัวได้สบายๆ แต่ผู้ชายล่ะสามารถจะทำหน้าที่แม่บ้านได้หรือเปล่า จะป้อนนมลูกได้ดีแค่ไหน คิดได้ดังนี้ เราก็ขอเป็นทัพหลังคอยดูแลลูกสนับสนุกสามีให้มีการงานก้าวหน้า โดยไม่ต้องให้มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจดีกว่า ที่เขียนมาซะยาวเนี่ย..ก็ใช่ว่าจะทำได้ดี เอาเป็นว่าเราตั้งใจว่าจะต้องทำให้ได้แล้วกัน..อิอิอิ
การได้เป็นแม่นั้น มอบความสุขให้เราอย่างมหาศาล ถึงการมีลูกจะทำให้เราเกิดทุกข์ ต่างๆนานาก็ตาม แต่แค่ยิ้มเดียวที่ลูกส่งมาให้ แค่กอดเดียวที่ได้จากลูก มันดลบันดาลความสุขที่หาค่ามิได้มาเติมเต็มหัวใจพ่อและแม่ การมีลูก..ทำให้สามีภรรยาตั้งใจมุ่งมั่น..มุ่งสู่จุดหมายเดียวกันมากขึ้น ถ้าไม่มีลูกจะทะเลาะเลิกรากันก็ทำได้ภายในไม่กี่นาทีเพราะไม่มีอะไรต้องห่วง แต่พอมีลูกแล้ว มันทำให้เราพยายามที่จะเป็นคนดีมากขึ้น พยามยามที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น ทำให้เราอย่างมีสุขภาพที่ดีมีชีวิตยืนยาว เพื่อได้ดูลูกเจริญเติบโต ด้วยความเห็นส่วนตัวอีกครั้งคือ แต่งงานแล้วน่าจะได้ใช้ชีวิตคู่ตามลำพังอย่างน้อยหนึ่งปี เพื่อให้แน่ใจแล้วว่า จะอยู่กันไปได้ยืนยาว..แล้วจึงค่อยมีลูก น่าจะดีกว่าแต่งปุ๊บท้องปั๊บ เพราะการมีลูกทำให้สามีภรรยาลดความเอาใจใส่ในตัวกันและกันน้อยลง เพราะต้องแบ่งปันส่วนหนึ่งไปให้ชีวิตน้อยๆที่เกิดมา
ผู้ใหญ่มักบอกเราเสมอว่า.. หนักนืดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน ให้เกียรติกัน... มันอาจจะฟังดูธรรมดาๆเชยๆ แต่ต้องบอกว่า มันเป็นอย่างนั้นทุกถ้อยคำทุกอักษร อุปสรรคมากมายที่เราต้องเจอ ปัญหามากมายที่เราต้องฝ่าฟัน อขเพียงให้เข้าใจกันนคะ เท่านี้เอง ถ้าเราเข้าใจเหตุผลของการกระทำทุกอย่างของกันและกัน ความสุข..ความอบอุ่นชั่วชีวิตจะไปไหนเสีย..
นิยดา
|