|
งานแต่งงานสีเหลือง-น้ำตาล แปลกตานี้ มีที่มาด้วยว่าเจ้าสาวชอบสีเหลืองเอามากๆ อยากได้งานสีเหลืองสวยๆ หลังจากคุยกันไม่นานก็มาลงตัวที่สีเหลืองกับสีน้ำตาล ทันที..ดิฉันนึกเห็นภาพเจ้าสาวอยู่ในชุดเจ้าสาวสีออกเหลืองอ่อน และเจ้าบ่าวในชุดสูธสีน้ำตาลเข้ม เสื้อเชิ้ตขาวสีออฟไวท์ ใส่สบายๆ ไม่มีเนคไท เหน็บผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองให้เข้ากับธีมงาน....
งานนี้คุณโจ้-เจ้าบ่าวเป็นตากล้องมือโปร ส่วนเจ้าสาว-คุณอามก็เป็นพีอาร์คนเก่ง แล้วจะให้จัดงานธรรมดาๆได้ยังไงล่ะค่ะ ก็ทั้งคู่บ่าวสาวไม่อยากได้งานจำเจ แต่อยากได้งานเลี้ยงเล็กๆ จัด Outdoor และบ่งบอกถึงความเป็นมาของทั้งคู่มากที่สุดโดยไม่ต้องมีคำอธิบาย อยากให้คนมางานสนุก ไม่เหมือนกับงานแต่งงานทั่วๆไปที่เคยไปมา ให้โจทย์มันส์น่าจัดขนาดนี้ ดิฉันเลยเนรมิตให้ดั่งใจ ว่ากันตั้งแต่การ์ดเชิญเลยทีเดียว 
อยากให้ทั้งงานเต็มไปด้วยรูปถ่ายของคุณโจ้ที่ถ่ายเก็บเอาภาพคนที่เค้ารักผ่านเลนส์ตัวเก่งของเค้า หลังจากคุยไอเดียกันจนเป็นที่ถูกใจ ดิฉันกับคุณอามและคุณโจ้ก็ลงนั่งบรรจงเลือกภาพ ที่ล้วนมีความหมายมาทำเป็นการ์ดเชิญโทนสีซีเปีย แล้วยังออกไอเดียต่อให้นำรูปเดียวกันไปทำเป็นปกสมุดโน๊ตแจกเป็นของชำร่วยที่ถูกใจใครต่อใคร ทำเอาไม่พอแจกกันเลยค่ะ และอย่างที่บอกว่าไม่อยากได้งานธรรมดา จึงใส่ Dress Code ลงไปในการ์ดเชิญด้วย Dress Code ของงานนี้ คือ สำหรับผู้หญิงเป็น Something Yellow สำหรับผู้ชายเป็น Something Brown คือชิ้นใดชิ้นหนึ่งที่แต่งกายมา ขอมีสีคุมธีมสักนิดค่ะ ทำเอาแขกที่ได้รับการ์ดตื่นเต้น เตรียมแต่งตัวมางานกันใหญ่ สร้างความสนุกสนานให้แขกตั้งแต่งานยังไม่เริ่มเชียว

ทั้งคู่ตกลงใจเลือกสถานที่เป็น สนามหญ้าของโรงแรมเพนนินซูล่า ซึ่งเป็นสถานที่ในใจของทั้งคุณอามและคุณโจ้อยู่แล้ว วันนี้ดิฉันเตรียมโคมกระดาษสามาเป็นร้อยๆอัน ตั้งใจมาวางเรียงกันตั้งแต่เปิดประตูออกจากตัวโรงแรม วางเรียงตลอดไป และวางตกแต่งไปจนทั่วทั้งงาน งานวันนี้อยากให้ดิบๆและดูสบายๆ จึงจัดวางโต๊ะลงทะเบียนไว้แบบ Self-Service คือมีกล่องซองวางอยู่ พร้อมกับสมุดเซ็นต์และของชำร่วยที่วางเรียงเป็นตับ แขกมาถึงเซ็นต์สมุดแล้วก็หยิบของชำร่วยได้เลย ดูงานสบายๆกันเองๆไม่ได้เคร่งครัดเรื่องของขวัญเรื่องของชำร่วย นอกจากนี้คุณโจ้ยังเตรียมรูปคู่เท่ห์ๆมาวางหน้างานให้เพื่อนฝูงได้เซ็นต์อวยพรกัน ที่รูปสวยซะจน ใครต่อใครต้องหยุดยืนมองอยู่นานสองนาน 
 |